อัตราต่อรองบาคาร่า · บันทึกความน่าจะเป็น

อัตราต่อรองบาคาร่า

หน้านี้รวบรวมความน่าจะเป็นของผลบาคาร่า อัตราจ่ายของเพลเยอร์ แบงเกอร์ และเสมอ รวมถึงเฮาส์เอจ ทั้งหมดนี้คือ อัตราต่อรองบาคาร่า ที่ใช้อ่านกติกาบนโต๊ะ ตัวเลขทุกชุดระบุกติกาที่มันอ้างถึง และไม่ใช่คำทำนายตาถัดไป

ดูตัวเลขบนหน้านี้

กองไพ่คว่ำบนผ้าโต๊ะสีกรมท่า ขอบโต๊ะสีเบอร์กันดี

ภาพรวม

ตัวเลขของบาคาร่า 8 สำรับ

แผงนี้ใช้บาคาร่ามาตรฐาน 8 สำรับ กติกาจั่วไพ่ใบที่สามแบบปุนโตบันโก ซึ่งทั้งสองฝั่งจั่วตามตารางที่กำหนดไว้ ไม่ใช่ผู้เล่นเลือกเอง คอมมิชชัน 5% หักจากกำไรของแบงเกอร์ และเดิมพันเสมอจ่าย 8 ต่อ 1 หากโต๊ะใช้จำนวนสำรับ อัตราคอมมิชชัน หรืออัตราจ่ายเสมอคนละแบบ ห้ามยกตัวเลขนี้ไปใช้ตรง ๆ

แถบเรียงจากซ้ายไปขวาตามรายการด้านล่าง: เพลเยอร์ แบงเกอร์ และเสมอ สัดส่วนปัดแล้วยังรวมเป็น 100%

  • เพลเยอร์ชนะ

    44.62%

    • จ่าย 1 ต่อ 1
    • เฮาส์เอจประมาณ 1.24%
    • หากเสมอ ได้เงินเดิมพันคืน
  • แบงเกอร์ชนะ

    45.86%

    • จ่าย 0.95 ต่อ 1 หลังคอมมิชชัน
    • เฮาส์เอจประมาณ 1.06%
    • หากเสมอ ได้เงินเดิมพันคืน
  • เสมอ

    9.52%

    • จ่าย 8 ต่อ 1 ในกติกานี้
    • เฮาส์เอจประมาณ 14.36%
    • แพ้ทั้งเมื่อเพลเยอร์หรือแบงเกอร์ชนะ

เปอร์เซ็นต์บนแผงปัดเป็นทศนิยมสองตำแหน่ง จากความถี่ 44.6247%, 45.8597% และ 9.5156% เฮาส์เอจคำนวณจากความถี่ชุดนี้ ไม่ใช่จากตัวเลขที่ปัดแล้ว รายละเอียดอยู่ในส่วนการคำนวณ

อัตราต่อรองในที่นี้หมายถึงอะไร

บนโต๊ะบาคาร่า คำว่าอัตราต่อรองถูกใช้ปนกันสองความหมาย ความหมายแรกคือความน่าจะเป็นที่ผลหนึ่งจะเกิด อีกความหมายคืออัตราจ่ายที่โต๊ะประกาศเมื่อเดิมพันนั้นชนะ สองอย่างนี้ตอบคนละคำถาม และไม่ควรเอามาเทียบกันโดยไม่ดูอีกฝั่ง

สองความหมายที่ไม่ควรปนกัน

ความน่าจะเป็นบอกความถี่ของผลในระยะยาว ภายใต้กติกาหนึ่งชุด ทุกตามีได้สามผล คือเพลเยอร์ชนะ แบงเกอร์ชนะ หรือแต้มเท่ากัน สามความถี่รวมกันเป็น 100%

อัตราจ่ายบอกเงินที่ได้ถ้าเดิมพันนั้นชนะ เพลเยอร์จ่าย 1 ต่อ 1 หมายถึงกำไรเท่ากับเงินที่วาง แล้วได้เงินต้นคืนด้วย แบงเกอร์ในกติกามาตรฐานก็จ่าย 1 ต่อ 1 แต่หักคอมมิชชัน 5% จากกำไร จึงเหลือกำไร 0.95 ต่อ 1 เสมอแบบที่พบบ่อยจ่ายกำไร 8 ต่อ 1

เดิมพันที่จ่ายสูงจึงไม่ได้แปลว่าคุ้มกว่า มันมักจ่ายสูงเพราะผลนั้นเกิดไม่บ่อย คำถามที่เหลือคือ อัตราจ่ายนั้นชดเชยความถี่ครบหรือยังไม่ครบ ช่องว่างตรงนี้คือที่มาของเฮาส์เอจ

ค่าคาดหวังเป็นการถัวเฉลี่ย

ค่าคาดหวังคือผลตอบแทนสุทธิถัวเฉลี่ย หากวางเดิมพันลักษณะเดิมซ้ำจำนวนมากภายใต้กติกาเดิม เขียนต่อการวาง 1 หน่วยได้ว่า

ค่าคาดหวัง = (ความน่าจะเป็นที่ชนะ × กำไรสุทธิ) + (ความน่าจะเป็นที่แพ้ × −1) + (ความน่าจะเป็นที่คืนเงิน × 0)

ถ้าผลเป็นลบ เดิมพันนั้นเสียเปรียบในระยะยาว ขนาดของค่าลบเมื่อคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของเงินที่วาง คือเฮาส์เอจแบบที่หน้านี้ใช้ ค่านี้ไม่ใช่ผลของตาถัดไป และไม่ใช่คำมั่นว่าช่วงสั้น ๆ จะจบใกล้ค่าเฉลี่ย

เปรียบเทียบ

เพลเยอร์กับแบงเกอร์ไม่เท่ากันทางคณิตศาสตร์

ทั้งสองเดิมพันแพ้ชนะกับคนละฝั่ง และอัตราจ่ายใกล้กัน แต่ไม่ได้สมมาตร ภายใต้กติกา 8 สำรับ แบงเกอร์ชนะบ่อยกว่าเพลเยอร์เล็กน้อย คอมมิชชันจึงถูกใส่มาที่ฝั่งแบงเกอร์เพื่อดึงส่วนต่างนั้นกลับมา จนทั้งคู่ยังคงมีเฮาส์เอจเป็นบวกฝั่งคาสิโน

เทียบเพลเยอร์กับแบงเกอร์เมื่อใช้ 8 สำรับ คอมมิชชันแบงเกอร์ 5% และเสมอคืนเงินเดิมพันของสองเดิมพันนี้ ความน่าจะเป็นในตารางปัดสองตำแหน่ง เฮาส์เอจมาจากความถี่ที่ละเอียดกว่า
รายการ เพลเยอร์ แบงเกอร์
ความน่าจะเป็นที่ฝั่งนั้นชนะ 44.62% 45.86%
สัดส่วนเฉพาะตาที่ไม่ได้เสมอ 49.32% 50.68%
กำไรเมื่อชนะ ต่อการวาง 1 หน่วย 1 0.95
คอมมิชชัน ไม่มี 5% ของกำไร
เมื่อผลเสมอ คืนเงินเดิมพัน คืนเงินเดิมพัน
เฮาส์เอจต่อเงินที่วางในแต่ละตา ประมาณ 1.24% ประมาณ 1.06%

ช่องว่างมาจากกติกาจั่ว

ผู้เล่นไม่ได้เลือกจั่วไพ่เอง เพลเยอร์จั่วหรืออยู่จากแต้มสองใบของตัวเองเท่านั้น ส่วนแบงเกอร์ใช้ตารางที่ดูไพ่ใบที่สามของเพลเยอร์ประกอบได้ จึงตัดสินใจจั่วได้ละเอียดกว่าเล็กน้อย ผลรวมของการแจกไพ่ทั้งสำรับจึงออกมาว่าแบงเกอร์จบด้วยแต้มสูงกว่าบ่อยกว่า

ถ้าตัดตาที่เสมอออก แบงเกอร์ชนะราว 50.68% ของตาที่มีผู้ชนะ และเพลเยอร์ราว 49.32% ตัวเลข 50.68% ไม่ใช่โอกาสที่เดิมพันแบงเกอร์จะทำกำไรในทุกตา เพราะยังมีคอมมิชชัน และเพราะเกือบหนึ่งในสิบของตาทั้งหมดเป็นเสมอซึ่งคืนเงินอย่างเดียว

คอมมิชชันเปลี่ยนกำไรที่ได้รับ

ถ้าแบงเกอร์จ่าย 1 ต่อ 1 เต็ม ๆ การที่ฝั่งนี้ชนะบ่อยกว่าจะทำให้ค่าคาดหวังของผู้ที่ลงแบงเกอร์เป็นบวก คาสิโนจึงเก็บ 5% จากกำไรของเดิมพันแบงเกอร์ที่ชนะ กำไร 100 หน่วยเหลือ 95 หน่วย เงินต้นยังได้คืน

จุดที่ค่าคาดหวังของแบงเกอร์จะเป็นศูนย์ ภายใต้ความถี่ชุดนี้อยู่ราวกำไร 0.973 ต่อ 1 หรือเทียบได้กับคอมมิชชันประมาณ 2.7% ของกำไร คอมมิชชันที่ใช้จริงคือ 5% ซึ่งสูงกว่าจุดนั้น จึงยังเหลือเฮาส์เอจประมาณ 1.06% ฝั่งเพลเยอร์ไม่มีคอมมิชชัน แต่ชนะน้อยกว่า จึงเหลือเฮาส์เอจประมาณ 1.24%

เฮาส์เอจที่ต่ำกว่าของแบงเกอร์แปลว่า ความสูญเสียถัวเฉลี่ยต่อหน่วยที่วางน้อยกว่าเพลเยอร์เมื่อเล่นยาวมากภายใต้กติกานี้ มันไม่ได้แปลว่าแบงเกอร์ชนะทุกตา ไม่ได้แปลว่าช่วงที่นั่งเล่นจะจบด้วยกำไร และไม่ได้ลบความได้เปรียบของคาสิโนออกไป

เสมอ

เดิมพันเสมอจ่ายสูง เพราะเกิดไม่บ่อย

กติกาอ้างอิง: 8 สำรับ, เสมอจ่าย 8 ต่อ 1 ความน่าจะเป็นด้านล่างไม่เปลี่ยนไปตามอัตราจ่าย ถ้าโต๊ะจ่าย 9 ต่อ 1 ความถี่ยังราว 9.52% แต่เฮาส์เอจจะคนละตัว

กองไพ่คว่ำสองกองสูงเท่ากันบนผ้าโต๊ะสีกรมท่า ขอบโต๊ะสีเบอร์กันดี

เดิมพันเสมอชนะเฉพาะเมื่อสองฝั่งจบด้วยแต้มเท่ากัน ถ้าเพลเยอร์ชนะหรือแบงเกอร์ชนะ เดิมพันนี้แพ้ทั้งก้อน ไม่มีการคืนเงินแบบที่เพลเยอร์และแบงเกอร์ได้รับในตาเสมอ

ในกติกา 8 สำรับ เสมอเกิดราว 9.52% ของตาทั้งหมด หรือความถี่ละเอียด 9.5156% ที่เหลืออีกกว่า 90% เป็นตาที่เดิมพันนี้แพ้ อัตราจ่าย 8 ต่อ 1 จึงเป็นการชดเชยความที่ผลเกิดไม่บ่อย ไม่ใช่หลักฐานว่าเดิมพันนี้ได้เปรียบ

ทำไม 8 ต่อ 1 จึงยังเสียเปรียบ

อัตราจ่ายที่ทำให้ค่าคาดหวังเป็นศูนย์คำนวณจากความถี่ได้โดยตรง คือเอาโอกาสที่ไม่ได้เสมอ หารด้วยโอกาสที่เสมอ

(1 − 0.095156) / 0.095156 ≈ 9.51

ภายใต้กติกานี้ เสมอต้องจ่ายประมาณ 9.51 ต่อ 1 จึงจะไม่เสียเปรียบในระยะยาว โต๊ะมาตรฐานจ่าย 8 ต่อ 1 ซึ่งต่ำกว่าจุดนั้น ผลต่างกลายเป็นเฮาส์เอจประมาณ 14.36% ของเงินที่วางในแต่ละตา สูงกว่าเพลเยอร์และแบงเกอร์หลายเท่า

  • อัตราจ่ายมาตรฐานของกติกานี้

    8 ต่อ 1

    กำไร 8 หน่วยเมื่อชนะ และได้เงินเดิมพันคืน เฮาส์เอจประมาณ 14.36%

  • อัตราจ่ายที่ค่าคาดหวังเป็นศูนย์

    9.51 ต่อ 1

    คำนวณจากความถี่เสมอ 9.5156% เป็นจุดอ้างอิง ไม่ใช่อัตราที่โต๊ะทั่วไปจ่าย

บางโต๊ะประกาศเสมอ 9 ต่อ 1 ความถี่ของผลไม่ขยับตามป้ายจ่าย แต่เฮาส์เอจลดเหลือประมาณ 4.84% ซึ่งยังสูงกว่าสองเดิมพันหลักมาก ก่อนใช้ตัวเลขใด ต้องดูว่าโต๊ะนั้นจ่าย 8 หรือ 9

เฮาส์เอจ

เฮาส์เอจของบาคาร่าคืออะไร

ตัวเลข 1.06%, 1.24% และ 14.36% ด้านล่างเป็นของ 8 สำรับ คอมมิชชันแบงเกอร์ 5% และเสมอ 8 ต่อ 1 โดยนับตาเสมอของเพลเยอร์และแบงเกอร์เป็นการคืนเงิน

เฮาส์เอจคือส่วนที่คาสิโนได้เปรียบในระยะยาว คิดเป็นสัดส่วนของเงินที่วาง ไม่ใช่ค่าที่หักออกจากทุกตาแบบเดียวกัน

มันเกิดจากความไม่ลงตัวระหว่างความน่าจะเป็นกับอัตราจ่าย เดิมพันแบงเกอร์ชนะบ่อยกว่าเพลเยอร์ แต่กำไรที่จ่ายถูกหักคอมมิชชันจนค่าคาดหวังยังติดลบ เดิมพันเพลเยอร์จ่ายเต็มแต่ชนะน้อยกว่า เดิมพันเสมอจ่ายสูงแต่ยังไม่สูงพอเมื่อเทียบกับความถี่

ภายใต้นิยามที่หน้านี้ใช้ เฮาส์เอจประมาณ 1.06% ของแบงเกอร์หมายความว่า หากวางแบงเกอร์ 1 หน่วยซ้ำเป็นจำนวนมาก ค่าเฉลี่ยของผลสุทธิจะเข้าใกล้การเสีย 0.0106 หน่วยต่อตา ต่อ 100 หน่วยที่วางในแต่ละตา ค่าเฉลี่ยระยะยาวจึงอยู่ราวการเสีย 1.06 หน่วยต่อตา ไม่ใช่การเสีย 1.06 หน่วยจากทุกตาแบบตายตัว

มันไม่ใช่ผลของตาเดียว

แต่ละตามีได้ทั้งกำไร ขาดทุน หรือคืนเงิน เฮาส์เอจเป็นค่าเฉลี่ยหลังตาจำนวนมาก จึงอธิบายทิศทางระยะยาว ไม่ได้อธิบายว่าอีกสิบตาหรือยี่สิบตาจะจบอย่างไร ช่วงสั้นแกว่งได้กว้างกว่า 1% มาก ทั้งกำไรและขาดทุนในช่วงนั้นเป็นเรื่องปกติของความผันผวน ไม่ได้แปลว่าตัวเลขเฮาส์เอจใช้ไม่ได้

มีอีกนิยามที่ตัดตาเสมอออก แล้วคิดเฉพาะตาที่เดิมพันถูกตัดสิน ความเสียเปรียบเป็นเงินเท่าเดิม แต่ตัวหารเล็กลง จึงได้เฮาส์เอจราว 1.17% สำหรับแบงเกอร์ และราว 1.37% สำหรับเพลเยอร์ หน้านี้ยึดแบบแรก เพราะมันตรงกับเงินที่วางลงไปทุกตา รวมตาที่ได้เงินคืน

ไม่มีแบบแผนการลงเงินใดที่ทำให้ค่าติดลบนี้กลายเป็นศูนย์ กติกาจั่วและอัตราจ่ายไม่ได้เปลี่ยนตามจังหวะที่ผู้เล่นเพิ่มหรือลดเงิน

กองไพ่คว่ำและไพ่คว่ำอีกใบบนผ้าโต๊ะสีกรมท่า ขอบโต๊ะสีเบอร์กันดี

ตาราง

ตารางอัตราจ่าย

ตารางนี้รวมสามเดิมพันหลัก และแถวเสริมของเสมอแบบ 9 ต่อ 1 ซึ่งเป็นคนละกติกาจ่าย แถวนั้นไม่ได้แปลว่าทุกโต๊ะจ่าย 9 ต่อ 1

บาคาร่า 8 สำรับ กติกาจั่วแบบปุนโตบันโก ความน่าจะเป็นปัดสองตำแหน่ง เฮาส์เอจมาจากความถี่ 44.6247%, 45.8597% และ 9.5156% จึงไม่ตรงกับผลคูณของตัวเลขที่ปัดแล้วทุกช่อง บนจอแคบเลื่อนตารางไปด้านข้างได้
เดิมพัน อัตราจ่ายเมื่อชนะ ความน่าจะเป็นที่เดิมพันชนะ เฮาส์เอจโดยประมาณ หมายเหตุกติกา
เพลเยอร์ 1 ต่อ 1 44.62% 1.24% ไม่มีคอมมิชชัน ผลเสมอคืนเงินเดิมพัน
แบงเกอร์ 0.95 ต่อ 1 45.86% 1.06% คอมมิชชัน 5% ของกำไร ผลเสมอคืนเงินเดิมพัน
เสมอ 8 ต่อ 1 9.52% 14.36% แพ้เมื่อมีฝ่ายชนะ ไม่คืนเงินในตานั้น
เสมอ บางโต๊ะ 9 ต่อ 1 9.52% 4.84% ใช้เฉพาะโต๊ะที่ประกาศจ่าย 9 ต่อ 1 ความถี่ของเสมอไม่เปลี่ยน

วิธีอ่านตารางนี้

คอลัมน์อัตราจ่ายคือกำไรต่อการวาง 1 หน่วยเมื่อชนะ ไม่รวมเงินต้นที่ได้รับคืน คอลัมน์ความน่าจะเป็นคือโอกาสที่ผลนั้นจะทำให้เดิมพันชนะ ไม่ใช่โอกาสที่ผู้เล่นจะได้กำไรหลังหักคอมมิชชันแล้ว คอลัมน์เฮาส์เอจคือค่าคาดหวังติดลบต่อการวาง 1 หน่วยในระยะยาว

อย่าเทียบเฉพาะคอลัมน์อัตราจ่าย 8 ต่อ 1 ใหญ่กว่า 1 ต่อ 1 แต่ความน่าจะเป็นอยู่ที่ราวหนึ่งในสิบ และเฮาส์เอจสูงกว่าหลายเท่า อ่านครบสามคอลัมน์พร้อมหมายเหตุกติกา จึงจะเห็นว่าแถวนั้นคุ้มหรือไม่ในเชิงคณิตศาสตร์

เดิมพันข้าง เช่น คู่ไพ่ มีอัตราจ่ายและเฮาส์เอจคนละชุด ตารางนี้ไม่ได้นำตัวเลขของเดิมพันข้างมาปน

อัตราต่อรองเหล่านี้คำนวณอย่างไร

วิธีคิดไม่ได้เริ่มจากสถิติป้ายคะแนนบนโต๊ะ มันเริ่มจากสำรับที่สับแล้ว กติกาให้ค่าไพ่ และตารางจั่วที่บังคับว่าตาหนึ่งจะจบด้วยแต้มเท่าใด จากนั้นนับว่าแต่ละผลเกิดได้กี่แบบเมื่อไล่ลำดับไพ่ทั้งสำรับ

ค่าไพ่: เหลือเฉพาะหลักหน่วย

เอซนับ 1 ไพ่ 2 ถึง 9 นับตามเลขบนหน้าไพ่ ไพ่ 10 แจ็ค ควีน และคิงนับ 0 แต้มของมือคือผลรวมที่เหลือเฉพาะหลักหน่วย ภาษาคณิตศาสตร์เรียกว่ามอดุโล 10 แต้มสูงสุดจึงเป็น 9 ไม่มีมือที่นับเป็น 15 หรือ 20

  • 7 กับ 8 รวม 15 เหลือแต้ม 5
  • 4 กับ 6 รวม 10 เหลือแต้ม 0
  • เอซกับ 9 รวม 10 เหลือแต้ม 0
  • คิงกับ 7 รวม 7 เหลือแต้ม 7

ฝั่งที่แต้มใกล้ 9 มากกว่าเป็นผู้ชนะ แต้มเท่ากันคือเสมอ แต้ม 0 เป็นแต้มต่ำสุด

กติกาไพ่ใบที่สาม

แต่ละฝั่งได้ไพ่สองใบก่อน ถ้าฝั่งใดได้ 8 หรือ 9 จากสองใบนั้น เรียกว่าเนเชอรัล และไม่มีใครจั่วใบที่สาม ถ้าไม่ใช่เนเชอรัล เพลเยอร์จั่วเมื่อแต้ม 0 ถึง 5 และอยู่เมื่อแต้ม 6 หรือ 7

ถ้าเพลเยอร์อยู่ แบงเกอร์จั่วเมื่อแต้มของตนเป็น 0 ถึง 5 และอยู่เมื่อเป็น 6 หรือ 7 ถ้าเพลเยอร์จั่วใบที่สาม แบงเกอร์ทำตามตารางนี้

ตารางจั่วของแบงเกอร์เมื่อเพลเยอร์ได้จั่วไพ่ใบที่สามแล้ว เป็นกติกามาตรฐานของปุนโตบันโก
แต้มสองใบของแบงเกอร์ จั่ว ถ้าไพ่ใบที่สามของเพลเยอร์เป็น อยู่ ถ้าไพ่ใบนั้นเป็น
0, 1 หรือ 2 จั่วทุกกรณี ไม่มี
3 0–7 และ 9 8
4 2–7 0, 1, 8, 9
5 4–7 0, 1, 2, 3, 8, 9
6 6 หรือ 7 0–5, 8, 9
7 ไม่จั่ว อยู่ทุกกรณี

จากกติกาสู่ความถี่

เมื่อกติกาจั่วถูกตรึงไว้ ทุกชุดไพ่จากสำรับ 8 สำรับจบได้ผลเดียว งานคำนวณคือไล่นับชุดไพ่เหล่านั้น แล้วหารจำนวนชุดที่เพลเยอร์ชนะ แบงเกอร์ชนะ หรือเสมอ ด้วยจำนวนชุดทั้งหมด ความถี่ที่ได้คือ 44.6247%, 45.8597% และ 9.5156%

จากนั้นใส่ผลตอบแทนของแต่ละเดิมพัน แบงเกอร์ได้กำไร 0.95 เมื่อฝั่งแบงเกอร์ชนะ เสีย 1 เมื่อเพลเยอร์ชนะ และได้ 0 เมื่อเสมอ

  • 0.458597 × 0.95 = 0.435667
  • 0.446247 × (−1) = −0.446247
  • 0.095156 × 0 = 0
  • รวม ≈ −0.01058 หรือเฮาส์เอจประมาณ 1.06%

เพลเยอร์ได้กำไร 1 เมื่อฝั่งเพลเยอร์ชนะ และเสีย 1 เมื่อแบงเกอร์ชนะ จึงได้ 0.446247 − 0.458597 = −0.01235 หรือประมาณ 1.24% เสมอได้กำไร 8 ด้วยความถี่ 0.095156 และเสีย 1 ในตาที่เหลือ จึงได้ประมาณ −0.1436 หรือ 14.36%

ตัวเลขเหล่านี้เป็นความถี่ของสำรับ 8 สำรับที่สับแล้วภายใต้ตารางจั่วนี้ ไม่ได้ปรับตามวิธีเผาไพ่ของแต่ละโต๊ะ และไม่ใช่ผลนับจากป้ายคะแนนช่วงสั้น

ตัวอย่างสมมติ

ตัวอย่างการคำนวณ

หน่วย 100 ด้านล่างเป็นตัวเลขสมมติเพื่อให้เห็นวิธีคิด ไม่ใช่คำแนะนำให้เพิ่มหรือลดเงินเดิมพัน กติกาอ้างอิงยังเป็น 8 สำรับและคอมมิชชัน 5%

เงินที่ได้จากเดิมพัน 100 หน่วย

ตัวอย่างนี้คิดเฉพาะตอนที่ผลออกแล้ว ไม่ใช่ค่าเฉลี่ยของหลายตา

  1. ลงเพลเยอร์ 100 แล้วฝั่งเพลเยอร์ชนะ: กำไร 100 รวมเงินที่ได้คืน 200
  2. ลงแบงเกอร์ 100 แล้วฝั่งแบงเกอร์ชนะ: คอมมิชชัน 5 จากกำไร 100 เหลือกำไร 95 รวมเงินที่ได้คืน 195
  3. ลงเสมอ 100 แล้วแต้มเท่ากันที่อัตรา 8 ต่อ 1: กำไร 800 รวมเงินที่ได้คืน 900
  4. ลงเพลเยอร์หรือแบงเกอร์แล้วผลเสมอ: ได้ 100 คืน ไม่มีกำไรและไม่มีคอมมิชชัน
  5. ลงเสมอแล้วมีฝ่ายชนะ: เสีย 100 ทั้งก้อน

เทียบอัตราจ่ายกับความถี่ของเสมอ

สมมติว่ามีคนเห็นป้าย 8 ต่อ 1 แล้วสรุปว่าเสมอคุ้มกว่าเพลเยอร์ที่จ่าย 1 ต่อ 1 ตัวอย่างนี้ตรวจข้อสรุปนั้นด้วยความถี่ ไม่ใช่ด้วยขนาดของตัวเลขจ่าย

เสมอเกิดประมาณ 9.52 ครั้งต่อการเล่น 100 ตาในระยะยาว ไม่ใช่ 9.52 ครั้งตายตัวในทุก ๆ 100 ตา ของจริงในสำรับหนึ่งแกว่งรอบค่านี้ได้ จุดจ่ายที่ทำให้ค่าเฉลี่ยเป็นศูนย์อยู่ราว 9.51 ต่อ 1 การจ่าย 8 ต่อ 1 จึงยังขาดอยู่ราว 1.5 หน่วยของอัตราจ่าย ช่องว่างนั้นใหญ่พอให้เฮาส์เอจอยู่ที่ประมาณ 14.36% ขณะที่เพลเยอร์อยู่ที่ประมาณ 1.24%

อัตราจ่ายที่สูงกว่าจึงไม่ได้แปลว่าเดิมพันนั้นเสียเปรียบน้อยกว่า ต้องเอาอัตราจ่ายไปวางคู่กับความถี่ก่อน

ผลขาดทุนถัวเฉลี่ยต่อ 100 หน่วย

ถ้าใช้เฮาส์เอจของกติกานี้คูณกับเงิน 100 หน่วยที่วางในแต่ละตา ค่าเฉลี่ยระยะยาวโดยประมาณคือ

  • แบงเกอร์: เสียราว 1.06 หน่วยต่อตา
  • เพลเยอร์: เสียราว 1.24 หน่วยต่อตา
  • เสมอแบบ 8 ต่อ 1: เสียราว 14.36 หน่วยต่อตา

นี่คือค่าเฉลี่ยหลังตาจำนวนมาก ไม่ใช่บิลของตาเดียว และไม่ใช่ผลที่เซสชันสั้นต้องเดินตาม ตาไม่กี่สิบตาอาจจบเหนือหรือใต้ระดับนี้ได้มาก ทั้งสามรายการยังเป็นค่าติดลบ ไม่มีรายการใดในตารางหลักที่ค่าคาดหวังเป็นบวกภายใต้กติกานี้

ขอบเขตของตัวเลข

กติกาที่ทำให้ตัวเลขเปลี่ยน

ความน่าจะเป็นในบาคาร่าไม่ใช่ค่าสากลชุดเดียว สิ่งที่เปลี่ยนตัวเลขได้จริงคืองานกติกา ไม่ใช่สีโต๊ะหรือชื่อเรียกของห้อง

จำนวนสำรับ

สำรับ 6 และ 8 เป็นขนาดที่พบบ่อย ตัวเลขทั้งหน้านี้เป็นของ 8 สำรับ การเปลี่ยนจำนวนสำรับขยับความถี่ได้ สำหรับเพลเยอร์และแบงเกอร์การขยับนั้นเล็กเมื่อเทียบกับผลของคอมมิชชันหรืออัตราจ่ายเสมอ แต่ก็มากพอที่ห้ามยกเปอร์เซ็นต์ของ 8 สำรับไปแปะกับทุกโต๊ะโดยไม่ดูจำนวนสำรับ

คอมมิชชันและอัตราจ่าย

คอมมิชชันมาตรฐานคือ 5% ของกำไรแบงเกอร์ บางโต๊ะไม่เก็บคอมมิชชันนี้ แล้วเปลี่ยนไปจ่ายแบงเกอร์คนละแบบ ที่พบบ่อยคือแบงเกอร์ชนะด้วยแต้ม 6 ได้กำไรเพียง 1 ต่อ 2 ส่วนแต้มอื่นได้ 1 ต่อ 1 ภายใต้สำรับ 8 สำรับ เฮาส์เอจของแบงเกอร์ในกติกาแบบนั้นอยู่ราว 1.46% ซึ่งสูงกว่า 1.06% ของกติกามีคอมมิชชัน เพลเยอร์และเสมอไม่เปลี่ยนถ้าอัตราจ่ายของสองเดิมพันนั้นยังเหมือนเดิม

เสมอ 8 ต่อ 1 กับ 9 ต่อ 1 ให้เฮาส์เอจคนละระดับ ทั้งที่ความถี่ของผลเสมอเท่าเดิมถ้ากติกาจั่วและจำนวนสำรับเท่าเดิม บางโต๊ะปัดคอมมิชชันเป็นหน่วยชิป การปัดเศษขยับผลได้เล็กน้อยในเดิมพันก้อนเล็ก แต่ไม่ได้ทำให้เฮาส์เอจเป็นศูนย์

รูปแบบโต๊ะ

มินิบาคาร่ากับโต๊ะใหญ่ใช้คณิตศาสตร์ชุดเดียวกัน ถ้าจำนวนสำรับ ตารางจั่ว และอัตราจ่ายตรงกัน รูปแบบการนั่งหรือความเร็วของตาไม่สร้างความน่าจะเป็นใหม่

ถ้าโต๊ะใช้ตารางจั่วใบที่สามคนละแบบกับปุนโตบันโก ตัวเลขทั้งหน้านี้ใช้ไม่ได้ ต้องอ่านกติกาของโต๊ะนั้นแยกต่างหาก

ความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน

สิ่งที่ตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้บอก

ฝั่งที่แพ้ติดกันกำลังจะมา

กติกาจั่วของตาใหม่ไม่ได้ดูว่าฝั่งไหนเพิ่งแพ้ไปกี่ครั้ง ความถี่ระยะยาวอธิบายสำรับจำนวนมาก มันไม่ได้สะสมหนี้ให้ฝั่งที่แพ้ติดกัน รูปแบบบนป้ายจึงไม่ทำให้ฝั่งนั้นมีความน่าจะเป็นสูงขึ้นในตาถัดไป

ป้ายคะแนนเปลี่ยนตาถัดไป

ป้ายบันทึกสิ่งที่เกิดแล้ว มันไม่แก้ตารางจั่วและไม่เปลี่ยนอัตราจ่าย การอ่านเส้นทางย้อนหลังจึงไม่ใช่การคำนวณความน่าจะเป็นของตาที่ยังไม่แจก

ผลเก่ากำหนดผลถัดไป

ไพ่ในสำรับถูกแจกออกโดยไม่ใส่คืน ส่วนผสมที่เหลือจึงเปลี่ยนได้เล็กน้อยตลอดสำรับที่กำลังแจก นั่นไม่เท่ากับคำกล่าวว่าผลที่เห็นแล้วรับประกันผลถัดไป และไม่ทำให้แบบแผนบนป้ายกลายเป็นวิธีลบเฮาส์เอจ การพึ่งผลเก่าเพื่อกำหนดตาใหม่ยังคงเป็นความเข้าใจคนละเรื่องกับความเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยของไพ่ที่เหลือ

อัตราจ่ายสูงแปลว่าคุ้มกว่า

เสมอจ่าย 8 ต่อ 1 แต่เกิดราว 9.52% และเฮาส์เอจอยู่ราว 14.36% เพลเยอร์จ่ายเพียง 1 ต่อ 1 แต่เฮาส์เอจอยู่ราว 1.24% ขนาดของอัตราจ่ายอย่างเดียวจึงอ่านความคุ้มค่าไม่ได้

ระบบเดินเงินลบเฮาส์เอจได้

การเพิ่มเงินหลังแพ้หรือสลับฝั่งตามแพทเทิร์นเปลี่ยนขนาดของเงินที่เสี่ยงในแต่ละตา มันไม่เปลี่ยนความน่าจะเป็นของตาใหม่ และไม่เปลี่ยนอัตราจ่าย การเพิ่มขนาดเดิมพันทำให้ช่วงที่แพ้ติดกันกินเงินเร็วขึ้น ค่าคาดหวังต่อหน่วยของเดิมพันเดิมยังติดลบเท่าเดิม

คำศัพท์

คำศัพท์ที่ใช้บนหน้านี้

ความน่าจะเป็น
สัดส่วนระยะยาวของผลหนึ่งภายใต้กติกาที่ระบุ เช่น เสมอราว 9.52% ในสำรับ 8 สำรับ
อัตราจ่าย
กำไรที่โต๊ะให้ต่อการวาง 1 หน่วยเมื่อเดิมพันชนะ ไม่นับเงินต้นที่ได้รับคืน
อัตราจ่ายที่ยุติธรรม
อัตราจ่ายที่ทำให้ค่าคาดหวังเป็นศูนย์ ใช้เป็นจุดเทียบ ไม่ใช่อัตราที่โต๊ะต้องจ่าย
เฮาส์เอจ
ความได้เปรียบระยะยาวของคาสิโน คิดเป็นสัดส่วนของเงินที่วาง เมื่อค่าคาดหวังของผู้เล่นติดลบ
ค่าคาดหวัง
ผลสุทธิถัวเฉลี่ยต่อการวาง 1 หน่วย หากเล่นเดิมพันเดิมซ้ำจำนวนมากภายใต้กติกาเดิม
คอมมิชชัน
ส่วนที่หักจากกำไรของแบงเกอร์ ในกติกามาตรฐานคือ 5% ไม่ได้หักจากเงินต้น และไม่เก็บเมื่อเสมอ
เนเชอรัล
แต้ม 8 หรือ 9 จากไพ่สองใบแรก ของตานั้นไม่มีใครจั่วใบที่สาม
มอดุโล 10
การเหลือเฉพาะหลักหน่วยของผลรวมไพ่ ทำให้แต้มอยู่ระหว่าง 0 ถึง 9
การคืนเงินเดิมพัน
ภาวะที่เดิมพันเพลเยอร์หรือแบงเกอร์ไม่ได้ทั้งกำไรและขาดทุนเพราะผลเสมอ บางที่เรียก push
ปุนโตบันโก
แบบบาคาร่าที่ทั้งสองฝั่งจั่วตามตารางคงที่ ผู้เล่นเดิมพันผลอย่างเดียว ไม่ได้เลือกจั่วเอง

คำถาม

คำถามที่พบบ่อย

อัตราต่อรองบาคาร่าคืออะไร

ในหน้านี้มันหมายถึงสองสิ่งที่ต้องดูคู่กัน คือความน่าจะเป็นของผลเพลเยอร์ แบงเกอร์ และเสมอ และอัตราจ่ายที่โต๊ะให้เมื่อเดิมพันนั้นชนะ ตัวเลขทั้งคู่ขึ้นกับจำนวนสำรับ คอมมิชชัน และอัตราจ่ายที่โต๊ะประกาศ

ภายใต้กติกามาตรฐาน แบงเกอร์หรือเพลเยอร์ชนะบ่อยกว่ากัน

ในบาคาร่า 8 สำรับแบบปุนโตบันโก แบงเกอร์ชนะราว 45.86% ของตาทั้งหมด เพลเยอร์ราว 44.62% ที่เหลือเป็นเสมอ ถ้าดูเฉพาะตาที่มีผู้ชนะ แบงเกอร์ชนะราว 50.68% ความถี่ที่สูงกว่านี้ถูกหักด้วยคอมมิชชัน 5% จึงยังไม่ทำให้เดิมพันแบงเกอร์ได้เปรียบ

ความน่าจะเป็นของเสมออยู่ที่เท่าใด

ราว 9.52% ในสำรับ 8 สำรับ หรือความถี่ละเอียด 9.5156% ตัวเลขนี้เป็นของกติกาจั่วมาตรฐาน ไม่ได้ขยับตามที่โต๊ะเลือกจ่าย 8 ต่อ 1 หรือ 9 ต่อ 1

เฮาส์เอจคืออะไร

คือส่วนที่ค่าคาดหวังของผู้เล่นติดลบ คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของเงินที่วางในระยะยาว สำหรับกติกา 8 สำรับที่มีคอมมิชชัน 5% และเสมอ 8 ต่อ 1 ค่าโดยประมาณคือ 1.06% สำหรับแบงเกอร์ 1.24% สำหรับเพลเยอร์ และ 14.36% สำหรับเสมอ มันไม่ใช่จำนวนเงินที่เสียเท่ากันทุกตา

ทำไมแบงเกอร์จึงมีเฮาส์เอจต่ำกว่าภายใต้กติกามาตรฐาน

ตารางจั่วทำให้แบงเกอร์ชนะบ่อยกว่าเพลเยอร์เล็กน้อย คอมมิชชัน 5% ดึงส่วนต่างนั้นกลับมา แต่ยังเหลือความเสียเปรียบน้อยกว่าฝั่งเพลเยอร์ซึ่งชนะน้อยกว่าและไม่มีคอมมิชชันมาชดเชยในทิศตรงข้าม เฮาส์เอจที่ต่ำกว่ายังเป็นค่าติดลบสำหรับผู้เล่น

จำนวนสำรับมีผลต่ออัตราต่อรองหรือไม่

มี หน้านี้ให้ตัวเลขของ 8 สำรับ กติกา 6 สำรับซึ่งก็พบบ่อยจะให้ความถี่คนละชุด ผลต่อเพลเยอร์และแบงเกอร์น้อยกว่าผลของคอมมิชชันหรืออัตราจ่ายเสมอ แต่ไม่ควรสมมติว่าทุกจำนวนสำรับใช้เปอร์เซ็นต์เดียวกัน

กติกาไพ่ใบที่สามมีผลต่อความน่าจะเป็นหรือไม่

มี และเป็นเหตุผลหลักที่แบงเกอร์กับเพลเยอร์ไม่สมมาตร เพลเยอร์จั่วจากแต้มของตัวเอง ส่วนแบงเกอร์จั่วตามตารางที่ดูไพ่ใบที่สามของเพลเยอร์ได้ ถ้าโต๊ะใช้ตารางคนละแบบ ความถี่ทั้งชุดเปลี่ยน

อัตราจ่ายที่สูงกว่าแปลว่าอัตราต่อรองดีกว่าหรือไม่

ไม่โดยอัตโนมัติ ต้องเทียบกับความถี่ของผลนั้น เสมอจ่ายสูงกว่าเพลเยอร์หลายเท่า แต่เกิดไม่บ่อยพอ จนเฮาส์เอจสูงกว่ามากในกติกาที่จ่าย 8 ต่อ 1

ผลบาคาร่าที่ผ่านมาเปลี่ยนความน่าจะเป็นของตาถัดไปหรือไม่

ป้ายคะแนนไม่ได้เปลี่ยนตารางจั่วของตาใหม่ ฝั่งที่แพ้ติดกันไม่ได้มีความน่าจะเป็นสูงขึ้นเพราะเพิ่งแพ้ ไพ่ที่ถูกแจกออกจากสำรับทำให้ไพ่ที่เหลือเปลี่ยนได้เล็กน้อย แต่การเปลี่ยนแปลงนั้นไม่ได้รับประกันผลตาถัดไป และไม่ทำให้ระบบเดินเงินลบเฮาส์เอจ

อัตราต่อรองบาคาร่าเหมือนกันทุกโต๊ะหรือไม่

ไม่เหมือน ต้องดูจำนวนสำรับ ว่าแบงเกอร์มีคอมมิชชัน 5% หรือใช้กติกาจ่ายแบบอื่น และว่าเสมอจ่าย 8 ต่อ 1 หรือ 9 ต่อ 1 รูปแบบโต๊ะอย่างมินิบาคาร่าไม่ได้เปลี่ยนตัวเลข ถ้าสามอย่างนั้นตรงกับกติกาที่ใช้อ้างอิง

ก่อนนำตัวเลขไปใช้

การเล่นบาคาร่ามีความเสี่ยงทางการเงิน ตัวเลขบนหน้านี้เป็นข้อมูลทางสถิติของกติกาที่ระบุ อธิบายความถี่และความได้เปรียบในระยะยาว ไม่ใช่คำทำนายตาถัดไป และไม่ใช่แหล่งรายได้ที่รับประกันผลได้

แต่ละครั้งที่นั่งเล่นแกว่งจากค่าเฉลี่ยได้มาก ผลที่เกิดแล้วไม่ได้รับประกันผลที่ยังมาไม่ถึง ผู้ใช้ควรเข้าร่วมเฉพาะที่กฎหมายอนุญาตสำหรับตน และไม่ควรวางเดิมพันเกินเงินที่เสียได้

นโยบายความเป็นส่วนตัว

หน้านี้เป็นเอกสารข้อมูลแบบคงที่ ไม่มีระบบสมัครสมาชิก สคริปต์ของหน้านี้ไม่ได้ตั้งคุกกี้ และไม่ได้ส่งข้อมูลไปยังบริการวิเคราะห์การใช้งาน

เซิร์ฟเวอร์ที่เปิดหน้าเว็บอาจเก็บบันทึกการเข้าถึงตามปกติ เช่น ที่อยู่ไอพี เวลาที่เปิดหน้า ชนิดของเบราว์เซอร์ และหน้าที่ถูกเรียก บันทึกนั้นใช้เพื่อให้เว็บทำงานและตรวจปัญหาทางเทคนิค หน้านี้ไม่ได้นำบันทึกนั้นมาสร้างโปรไฟล์ผู้ใช้ และไม่มีการขายข้อมูลส่วนบุคคล เพราะไม่ได้เก็บบัญชีผู้ใช้ไว้

ลิงก์ที่ออกจากหน้านี้ไปยังเว็บอื่นอยู่ภายใต้แนวทางของเว็บนั้น หน้านี้ควบคุมการเก็บข้อมูลบนเว็บปลายทางไม่ได้ หากข้อความในส่วนนี้เปลี่ยน จะแสดงฉบับล่าสุดไว้ที่นี่

ข้อกำหนดการใช้งาน

เนื้อหาบนหน้านี้มีไว้เพื่ออธิบายความน่าจะเป็น อัตราจ่าย และเฮาส์เอจของบาคาร่า เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำให้วางเดิมพัน และไม่ได้รับประกันผลของตาใดตาหนึ่ง

ตัวเลขผูกกับกติกาที่ระบุไว้ เช่น จำนวนสำรับ คอมมิชชัน และอัตราจ่ายเสมอ โต๊ะที่ใช้กติกาคนละแบบจะได้ตัวเลขคนละชุด ผู้ใช้ควรตรวจกติกาบนโต๊ะจริงก่อนเทียบกับหน้านี้

ผลในอดีตไม่ได้รับประกันผลในอนาคต การพนันมีความเสี่ยงทางการเงิน ผู้ใช้ควรเล่นเฉพาะที่กฎหมายอนุญาต และไม่วางเกินเงินที่เสียได้ ลิงก์ภายนอกพาไปยังเว็บอื่นซึ่งหน้านี้ไม่ได้ควบคุม

การใช้หน้านี้ถือว่าผู้ใช้อ่านข้อจำกัดเหล่านี้แล้ว ข้อความในส่วนนี้อาจถูกปรับเมื่อเนื้อหาของหน้าเปลี่ยน โดยจะแสดงฉบับล่าสุดไว้ที่นี่

ไพ่คว่ำบนผ้าลินินสีงาช้างข้างผ้าสีกรมท่าและริบบิ้นเบอร์กันดี

อ่านกติกาของโต๊ะก่อนเสมอ

ถ้าจำนวนสำรับ คอมมิชชัน และอัตราจ่ายตรงกับที่หน้านี้ใช้ ตัวเลขด้านบนเป็นเครื่องอ่านผลระยะยาวได้ ถ้าไม่ตรง ให้ใช้กติกาบนโต๊ะนั้นเป็นตัวตั้ง ไม่ใช่ตัวเลขจากกติกาอื่น